นครราชสีมาในสมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงปัจจุบัน

รัชกาลที่ 4 เมืองนครราชสีมามีความเจริญมากขึ้น เป็นศูนย์กลางการค้าขายของหัวเมือง ทางตะวันออก เพราะมีสินค้าที่พ่อค้าต้องการมาก เซ่น หนังสัตว์ เขาสัตว์นอแรดงา และไหมพวก พ่อค้าเดินทางมาซื้อสินค้าเหล่านี้แล้วส่งไปจำหน่ายที่กรุงเทพฯ และซื้อสินค้าจากกรุงเทพฯ มา จำหน่ายในหัวเมืองตะวันออก โดยตลาดกลางอยู่ที่เมืองนครราชสีมาในรัชกาลนี้ ทรงปรารภว่าควร จะมีราชธานีห่างทะเลไว้อีกสัก 1 แห่งทรงพระราชดำริว่าควรเป็นเมืองนครราชสีมา จึงโปรดเกล้า ให้พระปีนเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นไปทรงตรวจภูมิประเทศ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าพระยาบรม มหาศรีสุริวงค์ สมุห์

พระกลาโหม เมื่อได้ทรงตรวจพิจารณาแล้ว ทรงเห็นว่ายังไม่เหมาะลม เพราะเมือง นครราชสีมาอัตคัตนํ้าและการคมนาคมก็ยังลำบาก รัชกาลที่ 4 จึงทรงเปลี่ยนพระทัยมาสร้าง พระราชวังที่เมืองลพบุรีแทน และพระบาทลมเด็จพระปีนเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกราบทูลขอให้ เปลี่ยนนามการเรียกดงพระยาไฟเสียใหม่ว่าดงพระยาเย็น เพื่อไม่ให้คนครั่นคร้ามหรือไม่กล้า เดิน ทางผ่านเข้าไป

หมายเหตุ : ที่มาจากหนังสือประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค จัหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2526

รัชกาลที่ 5 ในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2417 พวกฮ่อได้เข้ามารุกรานเมืองหนองคายหลาย ครั้ง และเมืองนครราชสีมาก็เป็นกำลังสำคัญ ในการจัดกำลังทัพ ไปปราบฮ่อ ส่วนวิธีการปกครอง เมืองนครราชสีมาได้เริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อ ร.ศ.ใ10 (พ.ศ. 2434) โดยโปรดฯ ให้รวบรวมหัวเมืองใน เขตที่ราบสูงเป็น 3 มณฑล คือ

มณฑลลาวพวนมี เมืองหนองคายเป็นที่ว่าการมณฑล
มณฑลลาวกาว มี เมืองนครจำปาคักดิ์เป็นที่1ว่าการมณฑล
มณฑลลาวกลาง มี เมืองนครราชสีมาเป็นที่ว่าการมณฑล

สำหรับมณฑลลาวกลางนั้นมีกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์เป็นข้าหลวงใหญ่ ต่อมาเมื่อได้ จัดหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาลทั่วทั้งพระราชอาณาเขต ให้เปลี่ยนนามมณฑล ทั้ง 3 เสียใหม่ คือ มณฑลลาวพวน เป็น มณฑลอุดร 1 มณฑลลาวกาว เป็น มณฑลร้อยเอ็ด และมณฑลอุบล มณฑลลาวกลาง เป็นมณฑลนครราชสีมา เหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมืองนครราชสีมา ในรัชกาลที่ 5 นี้ คือ

ในด้านการคมนาคม ได้มีการสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา ใน พ.ศ. 2434 ซึ่งเป็นทางรถไฟของรัฐบาลสายแรก และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเปิดทางรถไฟเมื่อ วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2443 ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเมืองนครราชสีมาจนเท่าทุกวันนี้ ในปี พ.ศ. 2447 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธสยามมงกุฎราชกุมาร ได้เสด็จตรวจราชการมณฑล นครราชสีมา และต่อมาได้มีการทดลอง การเกณฑ์ทหาร แบบใหม่ที่มณฑลนครราชสีมาเป็นแห่ง แรก ปรากฏว่าได้ผลดีจึงขยายไปยังมณฑลอื่น ๆ

หมายเหตุ : ที่มาจากหนังสือประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2526

รัชกาลที่ 6 ใน พ.ศ. 2456 ลมเด็จพระพันปีหลวง (สมเด็จพระศรีพัซรีนทราบรมราชินีนาถ) เสด็จกรมทหารม้าที่ 5 ที่มณฑลนครราชสีมาและทรงรับตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารม้าที่ 5 มณฑลนครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2463 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนครสวรรค์วรพิ นิต เสนาธิการทหารบก เสด็จตรวจราชการทหารที่มณฑลนครราชสีมา

หมายเหตุ : ที่มาจากหนังสือประวิติมหาดไทยส่วนภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2526 สมัยกรุงศรีอยุธยาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

รัชกาลที่ 6 ใน พ.ศ. 2456 ลมเด็จพระพันปีหลวง (สมเด็จพระศรีพัชรีนทราบรมราชินีนาถ) เสด็จกรมทหารม้าที่ 5 ที่มณฑลนครราชสีมาและทรงรับตำแหน่งผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารม้าที่ 5 มณฑลนครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2463 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เสด็จตรวจราชการทหารที่ มณฑลนครราชสีมา

หมายเหตุ : ที่มาจากหนังสือประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2526

รัชกาลที่ 9 พระ บาทลมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและลมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้ เสด็จเยี่ยม พสกนิกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือครั้งแรก และได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมพสก นิกรซาวเมืองนครราชสีมาอีกหลายครั้ง เช่น เสด็จทอด พระเนตรการเรียนการลอนหลักสูตรมัธยม แบบประลมที่โรงเรียนสุรนารีวิทยา , เสด็จทำพิธีเปิดอาคารเรียนโรงเรียนบุญวัฒนา เป็นต้น ยัง ความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณแก่ชาวนครราชสีมาเป็นล้นพ้น เอสิงพิมพ์