แขวงต่างๆของลาว

Exif_JPEG_PICTURE

ประเทศลาวมีทั้งหมด  17  แขวง  วันนี้จะแนะนำแขวงที่อยู่ทางตอนเหนือของลาว  ได้แก่
1. นครหลวงเวียงจันทน์ เป็นนครที่ได้รับสถาปนาเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างหรือประเทศลาว ในปี 2106 (ค.ศ.1563)  เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงย้ายเมืองหลวงมาจากเมืองหลวงพระบาง   นครหลวงเวียงจันทน์  มีพื้นที่ 3,960.8 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 9 เมือง ได้แก่ จันทะบุลี สีโคดตะบอง ไซเสดถา สีสัดตะนาก นาซายทอง ไซทานี หาดซายฟอง สังทอง ปากงึ่ม มีประชากรประมาณ 700,000 คน เดิมใช้ชื่อว่ากำแพงนครเวียงจันทน์ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2547 รัฐบาลลาวได้เปลี่ยนชื่อเป็นนครหลวงเวียงจันทน์  เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 ได้มีงานฉลอง 450 ปีนครหลวงเวียงจันทน์ มีการแสดงของแขวงต่างๆ จากทั่วประเทศที่สนามกีฬาแห่งชาติ  โดยมีผู้มาร่วมแสดงความยินดีจากนานาประเทศ  จากสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ
2. แขวงเวียงจันทน์  เป็นแขวงที่อยู่ใกล้นครหลวงเวียงจันทน์ที่สุด และเป็นจุดแวะพักในการเดินทางไปแขวงหลวงพระบาง แขวงเวียงจันทน์เป็นที่ตั้งของเขื่อนน้ำงึม 1 และเขื่อนน้ำงึม 2 ซึ่งผลิตไฟฟ้าส่งขายประเทศไทย และมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะเมืองวังเวียง ( กุ้ยหลินเมืองลาว )  ที่มีลำน้ำซองไหลผ่านกลางเมือง และแนวเขาหินปูน สามารถล่องเรือและเข้าชมถ้ำต่างๆ เช่น ถ้ำจัง  นักท่องเที่ยวที่ผ่านเมืองนี้จะพักค้างคืนที่วังเวียงก่อนเดินทางต่อไปหลวงพระบาง  3. แขวงไซยะบูลีเมืองแห่งป่าไม้   อยู่ติดชายแดนไทย ตั้งแต่จังหวัดเชียงรายตอนล่าง-พะเยา-น่าน-อุตรดอตถ์-พิษณูโลก-เลย  หลังจากแม่น้ำโขงไหลผ่านแขวงบ่อแก้ว แขวงอุดมไชย มายังแขวงหลวงพระบาง จากหลวงพระบางแม้น้ำโขงไหลต่อไปยังแขวงไชยบุรี แขวงที่อาจจะไม่โดดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวมากสักเท่าไร ถ้าเทียบกับเมืองหลวงพระบาง และนครเวียงจันทน์แล้ว แต่ในอนาคตอาจได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว หากถนนที่เชื่อมต่อจังหวัดน่านเข้าสู่แขวงไชยบุรีตัดผ่านไปยังหลวงพระบาง
4. แขวงหลวงพระบาง   หลวงพระบางเป็นเมืองเก่าแก่ของอาณาจักรล้านช้าง แต่เดิมเมืองหลวงพระบางนี้มีชื่อว่าเมืองซัว ในปี พ.ศ. 1300 ขุนลอ ซึ่งถือเป็นปฐมกษัตริย์ลาวได้ทรงตั้งเมืองซัวเป็นราชธานีของอาณาจักรล้าน ช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเชียงทอง ในปี พ.ศ.1896 พระเจ้าฟ้างุ่มทรงรวบรวมบ้านเมืองเป็นอาณาจักรเดียวกันภายใต้ชื่อกรุงศรีสัต นาคนหุตล้านช้างร่มขาว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเชียงทอง  เมืองเชียงทองเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองหลวงพระบางในรัชสมัยพระโพธิสารราชเจ้า เมื่อพระองค์ได้อาราธนาพระบางจากเมืองเวียงคำมาประดิษฐานที่เมืองเชียงทอง เมืองเชียงทองจึงถูกเรียกว่า “หลวงพระบาง” นับแต่นั้นมา ปัจจุบันชาวลาวนิยมเรียกเมืองหลวงพระบางว่า “เมืองหลวง”  อาณาจักรล้านช้างนั้้นติดต่อกับตะวันตกตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้า สุริยวงศาธรรมิกราช ซึ่งครองราชย์ระหว่างปีพ.ศ.2181-2238 โดยเจริญไมตรีกับฮอลันดา แต่การสำรวจภูมิประเทศโดยนักสำรวจตะวันตกน่าจะเริ่มประมาณปีพ.ศ.2404 โดยอองรี มูโอต์ นักสำรวจฝรั่งเศสที่ทำให้ชาวตะวันตกรู้จักนครวัด และมาเสียชีวิตที่หลวงพระบาง รวมทั้งในปีพ.ศ.2409 เมื่อฝรั่งเศสส่งคณะนำโดยดูดารต์ เดอลาเกร และฟรังซีส การ์นิเย ออกสำรวจแม่น้ำโขง  เมืองหลวงพระบางตั้งอยู่บริเวณที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง อยู่ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ประมาณ 380 กิโลเมตร
เมืองเก่ามีอาคารเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรม ล้านช้างและแบบโคโลเนียลจำนวนมาก และมีวัดหลายแห่ง ผู้คนมีวิถีชีวิตเรียบง่าย องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเมืองหลวงพระบางเป็นมรดกโลกเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538 โดยยกย่องว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้
5. แขวงอุดมไซ  เมืองธรรมชาติ     มีเมืองหลวงคือ ปากแบงนับเป็นเมืองท่องเที่ยวใหม่ของลาวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เพราะการเดินทางไปตามสายน้ำโขงสามารถเดินทางได้ตลอดปี ตั้งแต่ในช่วงฤดูฝนถึงกลางฤดูหนาว ระดับน้ำค่อนข้างสูงสองฟากฝั่งจะเขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ถ้ามาช่วงปลายฤดูหนาวอากาศจะเย็นสบาย น้ำเริ่มลดระดับลง จะทำให้เห็นเกาะแก่งมากมายใช้เวลาเดินทางนานกว่า แต่จะได้เห็นหาดทรายของสองฟากฝั่งที่สวยงามด้วย
6. แขวงบ่อแก้ว  เมืองชายแดนไทย ติดกับเมืองเชียงของ จังหวัด เชียงราย  ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ ลาว ทิศเหนือติดแขวงหลวงน้ำทา ทิศใต้ติดแขวงไซยะบูลี ทิศตะวันออกติดแขวงอุดมไซ ทิศตะวันตกติดไทยและพม่า มี 5 เมือง ได้แก่ เมืองหลวงคือ เมืองห้วยซาย เมืองต้นผึ้ง เมืองเมิง เมืองปากทา เมืองผาอุดม  ในอดีต ชาวเงี้ยวกลุ่มหนึ่งจากเมืองหมอกใหม่ได้มาค้นหาแหล่งหินมีค่าตามสองฝั่งแม่ น้ำโขงจากปากน้ำเกิ่ง จนถึงห้วยซายใหญ่ ห้วยซายน้อย และปากห้วยห่าย (ห้วยผาคำ) เมื่อพบแล้วได้กลับไปรายงานเจ้าฟ้าขุนจิ่งที่เมืองหมอกใหม่ ในเวลาต่อมา เจ้าฟ้าขุนจิ่งจึงย้ายผู้คน 46 ครอบครัวมาตั้งถิ่นฐานที่เมืองห้วยซาย เพื่อขุดค้นหินมีค่าและขายเป็นสินค้า บริเวณดังกล่าวจึงเรียกว่าบ่อแก้ว   และเมื่อธันวาคม 2536 ได้เปิดจุดผ่านแดนถาวรระหว่างเมืองห้วยซายกับอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย  ปัจจุบัน แขวงบ่อแก้วมีถนน R3 ตัดผ่าน ซึ่งจะเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมไทย-สปป.ลาว-เมืองคุนหมิง ประเทศจีน และในอนาคตจะมีการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ระหว่างเชียงของ-ห้วยซาย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย-ลาว-จีนด้วย นอกจากนี้ ไทยยังมีความร่วมมือกับลาวในโครงการพัฒนาโรงพยาบาลแขวงบ่อแก้ว
7. แขวงหลวงน้ำทา  เมืองชนเผ่าไทลื้อ   อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศลาว ที่มีเขตทุ่งราบอย่างกว้างขวางเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของภาคเหนือของลาว  หลวงน้ำทาสร้างขึ้นเมื่อปี 1896 (ค.ศ.1353) โดยมีชื่อว่า “เมืองหัวทา” ซึ่งเป็นรัชสมัยของของพระเจ้าฟ้างุ้ม ซึ่งกำลังรวบรวมหัวเมืองน้อยใหญ่ในเขตแคว้นต่าง ๆ เข้ามาเป็นอาณาจักรลาวล้านช้างอย่างเป็นเอกภาพ เมืองหัวทาพัฒนาเป็นเมืองหลวงน้ำทา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งทางภาคเหนือ มีเขตแดนถึงหลวงพระบาง เชียงแสนเก่า จีน  จากนั้นเมืองห้วยซาย เมืองต้นผึ้ง และเมืองเมิงได้แยกจากแขวงหลวงน้ำทาไปตั้งเป็นแขวงบ่อแก้ว   แขวงหลวงน้ำทา มีวัตถุโบราณ ปูชนียสถาน หลายอย่างในเขตเทศบาล เมือง และหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งสามารถเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เช่น ทองแดง ถ่านหิน ป่าไม้ มีเขตป่าสงวนน้ำทา และมีการขุดพบโบราณวัตถุ เครื่องใช้สอยของคนโบราณที่เมืองเวียงพูคา เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องหิน ซึ่งมักเก็บไว้ในถ้ำ เช่น ครกหิน มีด ที่กรอกยาสูบ ไห คนโท แจกัน และอื่น ๆ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุถึงศตวรรษที่ 16   โบราณวัตถุที่สำคัญอื่นๆ เช่น พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่เมืองสิง ศิลปะล้านช้าง-ไทลื้อ แท่นพระพุทธรูป ทองสำริด พระพุทธรูปธาตุจอมสิงห์และอื่น ๆ และตามเมืองต่าง ๆ ก็มีชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องโบราณ วัตถุของคนโบราณอีกมากมาย
การเดินทางมายังเมืองหลวงน้ำทาแห่งนี้ มีรถประจำทางไว้คอยบริการจากหลวงพระบางและห้วยทรายทุกวันและจากเมืองหลวงน้ำทาก็มีรถประจำทางบริการไปยังเมืองสิงห์เช่นกัน ระยะทางนั้นประมาณ 59 กิโล ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม.
8. แขวงหัวพัน  เมืองสมรภูมิ  อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของลาว ประกอบด้วย 6 เมือง เช่น เมืองเวียงไชย, เมืองซำเหนือ,เมืองซำใต้,เมืองเวียงทอง, เมืองหัวเมืองและเมืองเซียงค้อ ประกอบด้วย 3 ชนเผ่าใหญ่คือ ลาวลุ่ม, ลาวเทิงและลาวสูง มีชนเผ่าเล็กๆรวม 30 ชนเผ่า มีชายแดนติดกับแขวงเชียงขวาง, แขวงหลวงพระบางและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในอดีตหัวพันเคยตกเป็นเมืองขึ้นของเวียดนามสลับกับการดำรงอยู่ในฐานนะรัฐเอกราช และเพิ่งถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของลาวในสมัยที่ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ อากาศค่อนข้างหนาว ประกอบด้วยชมกลุ่มน้อยกว่า 20 เผ่า ได้แก่ ไทขาว ไทแดง ไทเหนือ ไทน้อย ม้ง ขมุ ยูนนาน ส่วนใหญ่ใช้ภาษาตระกูลภาษาไท
9. แขวงเชียงขวาง  แขวงเชียงขวาง  สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญคือ ทุ่งไหหิน   เป็นแขวงหนึ่งที่ถูกทำลายจากพวกจักรพรรดิ์ต่างชาติจนเหลือแต่ซากหักพีงแขวงขวางตั้งอยู่ภาคกลางของ สปป.ลาว เป็นเขตภูเพียง มีเนื้อที่ทั้งหมด 17,315 ตารางกิโลเมตรมีพลเมืองประมาณ 186,000 คน ประกอบด้วย6 ตัวเมือง คือ เมืองแปก, เมืองคำ, เมืองหนองแฮดเมืองคูน, เมืองหมอกใหม่ และเมืองพูกูดมีชายแดนติดกับแขวงหลวงพระบาง,แขวงหัวพัน,แขวงบริคำไช,แขวงเวียงจันทน์ และประเทศ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเมืองพวน แขวงเชียงขวางเป็นเมืองหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดของลาว ตั้งอยู่ ภาคเหนือของ สปป.ลาว เมืองนี้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกเนื่องจากเป็นเมืองที่มีร่องรอยประวัติศาสตร์เก่าแก่และที่สำคัญนั้นก็คือ ไหหินใหญ่เป็นจำนวนมากมาย กระจายอยู่เป็นกลุ่มก้อนอยู่บริเวณภูเพียงเชียงขวาง มีกษัตริย์ปกครองมาแล้ว 23 พระองค์เป็นอาณาจักรหรือแคว้นหนึ่งที่ใหญ่ในสมัยก่อน เจ้าฟ้างุ้มได้รวบรวมลาวในกลางศตวรรษที่ 14 และเป็นเมืองที่มีร่องรอยวัฒนธรรมโบราณมากมาย มีตำนานพงศาวดารสืบต่อกันมา
10. แขวงบอลิคำไซ เป็นประตูสู่ลาวใต้ และยังเป็นแขวงที่มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของประเทศลาว เพราะเป็นเมืองท่าด่านติดชายแดนสองประเทศ โดยทางด้านทิศตะวันตกริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณเมืองปากซัน จะตรงข้ามกับอำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคายของไทย ส่วนทางด้านทิศตะวันออกบริเวณด่านแก้วเหนือจะติดด่านกอเตรียวของประเทศเวียตนาม การท่องเที่ยวแขวงบลิคำไซสามารถนั่งรถจากแขวงเวียงจันทน์ลัดเลาะลงมาตามถนนทางหลวงหมายเลข 13 ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันทางทิศตะวันตกและพื้นที่ราบลุ่มบริเวณแม่น้ำโขง โดยมีสายน้ำใสสะอาดสีเขียวจากแม่น้ำในเมืองปากซัน ไหลออกมาบรรจบกับสายน้ำสีขุ่นของแม่น้ำโขง เกิดเป็นจุดชมวิว น้ำสองสี 

ขอขอบคุณที่มาจาก  http://vientiane.thaiembassy.org/vientiane/th/about/about_sub/